Archive for the ‘หางาน’ Category

ภารกิจธุรกิจเดินหน้า รายได้เคลื่อนไหว

หลังจากที่ผมทำธุรกิจ มาช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้วนะครับ

ผมจะให้เพื่อนๆ ได้ชมความเคลื่อนไหวของรายได้ ว่าผมทำธุรกิจกันไปถึงไหนแล้ว

ซึ่งเพื่อนๆ สามารถเข้าไปชมได้ที่ (เพื่อนๆ สามารถแวะเข้าไปชมบ่อยๆ ได้เลยนะครับ เพราะผมจะเข้าไปอัพ ทุกๆเดือนเลย)
http://saves.ws/incomes/
และถ้าเพื่อนๆเห็นแล้วสนใจ ก็สามารถเข้าไปลงชื่อ หน้าเว็บได้เลยครับผม ^ ^

ยังไงแล้วไว้พบที่ความสำเร็จ ต่อไปนะครับ

สวัสดีครับผม ^ ^
Worapong

 

กำเนิด 21Millionaire

สวัสดีครับ

มาแล้วนะครับ กับระบบใหม่ของธุรกิจ GDI ของเรา
ซึ่งผมต้องขอออกตัวก่อนเลยนะครับว่า ไอดอลท่านแรกของผมเป็นผู้บรรยายในวิดีโอเองเลย ซึ่งถ้าทุกๆท่านเคยอ่าน
ในบล็อกของผม ในหัวข้อ รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ การหางาน การสร้างรายได้ทา่งNet และ ธุรกิจ สำหรับผู้ที่ อยากหางาน
ก็จะรู้จักไอดอลท่านแรกผมดีครับ
ซึ่งท่านใดที่สนใจในธุรกิจ สามารถเข้าไปศึกษาได้นะครับ ที่ www.saves.ws

ขอขอบคุณการเอื้อเฟื้อวิดีโอจาก ทีม 21Millionaire

 

ไอดอลคนที่ 4 + สรุปลักษณะด้านต่างๆของไอดอลทุกคน (ที่ทำให้ได้มาเป็นไอดอลของผม)

สวัสดีครับผม วันนี้ก็มาถึงไอดอลคนสุดท้าย แล้วนะครับ (อาจจะมีเพิ่มมาอีกเรื่อยๆก็ได้นะครับผม)
ซึ่ง ไอดอลคนนี้ผมก็จะเิปิดเผยข้อมูลให้ทุกอย่างเช่นกันครับ

ไอดอลคนนี้ออกจะถ่อมตัวเกินไปหน่อยนะครับ คือเจ้าตัวเค้าเล่าถึงพฤติกรรมที่ไม่ดีของเค้า แล้วบอกกับผมว่า “พี่ยังจะเป็นไอดอลของกร้อได้อีกไหมหละ” ซึ่งวันนี้ผมก็จะเขียนบล็อกเกี่ยวกับไอดอลคนนี้ แล้วก็จะรวมถึง ด้านต่างๆที่ผมชื่นชอบ ของแต่ละไอดอลไปเลยนะครับ เพราะถึงพี่เค้าจะบอกว่ามีพฤติกรรมที่ไม่ดี แต่ผมก็จะเอาข้อดีด้านต่างๆที่ผมชอบ
มาเป็นแบบอย่างเท่านั้นเองครับ ไม่ได้เอามาทั้งหมดเลย ประมาณนั้นนะครับ

เพื่อไม่ให้เสียเวลานะครับ เราก็ไปดูประวัติของพี่เค้าได้เลยนะครับ
ขอบอกอีกนิดนึงนะครับ ถ้าอ่านประวัติแล้ว สังเกตตรงสีสันที่ชอบนะครับ
คือก่อนหน้านี้ พี่เค้าชอบสีเขียว แต่ตอนนี้พี่เค้าเขียนทุกสีเลย รู้สึกว่าจะเปลี่ยนไป
ก็ถือว่า มีการเปลี่ยนแปลงครับ
(บอกไว้เฉยๆ จะได้ทราบถึงข้อมูลเก่า)

พี่มีน (ช้อย)

พี่มีน (ช้อย)

ประวัติส่วนตัว

ชื่อ-นามสกุล : เพียงกมล งามวงศ์กุล
อายุ: 23
ฉายา: ช้อย
วันเกิด : 7 มีนาคม 2529
กรุ๊ปเลือด: A
พี่น้อง : มีน้องชาย 1 คน
การศึกษา :
จบ ป.ตรี คณะอุตสาหกรรมเกษตร
สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ตอนนี้กำลังศึกษา ป.โท ที่ Asian Institute of Technology
สาขา Food Engineering and Bioprocess Technology
รูปแบบการดำเนินชีวิต: ไม่มีอะไรตายตัว ทำอะไรตามอารมณ์ซะมากกว่า แต่ต้องรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเอง
แนวภาพยนตร์ที่ชอบ : แอ็คชั่น, คอมเมดี้
การ์ตูนอนิเมชั่นที่ชอบ: ไม่ค่อยได้ดู ชอบอ่านมากกว่า
กิจกรรมที่ชอบ: shopping เล่นเน็ท ทำกราฟฟิค
กีฬาที่ชอบ: ชอบดูฟุตบอลนะ
อาหารจานโปรด : ผัดกระเพราไข่เยี่ยวม้า
สีสันที่ชอบ: ทุกสี แล้วแต่อารมณ์
สิ่งที่เกลียด : ไม่มี
คติประจำใจ : รับผิดชอบหน้าที่ตัวเองให้ดี
ผลงานที่ผ่านมา : เคยทำเว็บ one piece ไว้ แต่ว่าไม่มีเวลาดูแล ตอนนี้เลยปิดไปแล้ว

นี่ก็คือประวัติของไอดอลคนสุดท้ายของผมนะครับผม
ขอออกตัวก่อนนะครับ ว่าพี่เค้าได้ เกียรตินิยม อันดับ 1 คณะอุตสาหกรรมเกษตร
สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร
ซึ่งพี่เค้าก็ไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตาเรียนเท่าไหร่ ก็ใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา นี่ก็คือจุดนึงที่มาเป็นไอดอลของผมนะครับ

จากประวัติผมขอสรุปนิดนึงนะครับ

รูปแบบการดำเนินชีวิตของพี่เค้า ไม่มีอะไรตายตัวจริงๆครับ พี่เค้าจะเล่าให้ผมฟังนะครับ
ว่าเค้าเนี่ย ก็ทำอะไรตามใจตนเองพอสมควร อยากเที่ยวก็เที่ยว แต่พอถึงเวลาใกล้สอบเนี่ย
พี่เค้าก็จะอ่านหนังสือ นี่แหละครับคือสิ่งที่เค้าต้องรับผิดชอบ ซึ่งก็เชื่อมโยงกับคติ ของพี่เค้าพอดีเลยครับ

ส่วนเว็บ วันพีช ที่พี่เค้าทำเนี่ย ถ้าใครสงสัยนะครับว่า เป็นเว็บไหน ตามลิงค์นี้เลยครับ http://mycomic.freespaces.com
แต่ถ้าจะเปิดก็เปิดไม่ติดหรอกครับ เพราะมันปิดไว้แล้วนะครับผม
เว็บ วันพีช ของพี่เค้าทำได้สวยมากๆเลยนะครับ ผมรู้จักพี่เค้าก็จากเว็บ วันพีช นี่แหละครับ และผมต้องขอออกตัว (อีกแล้ว) นะครับว่า พี่เค้าทำเว็บคนเดียวนะครับ ซึ่งผมคิดว่า ฝีมือพี่เค้าเนี่ย สู้ thaionepiece ได้เลยนะครับ เพราะ thaionepiece เนี่ย
มีทีมงานช่วยกันทำกันขึ้นมา ถ้าพี่มีนมีทีมงานมาช่วยกันทำผมก็คิดว่า ก็คงไม่แพ้ thaionepiece เลยทีเดียวนะครับผม
และนี่แหละครับ คือจุดหลักเลย ที่ผมนำมาเป็นไอดอลของผม ซึ่งผมก็เป็นคนนึงที่ทำเว็บ วันพีช คนเดียวนะครับ ไม่มีทีมงาน
และอนาคตผมก็กะว่าจะกลับไปทำเว็บอีกครั้งนะครับ โดยการมีทีมงานนั่นเอง และพี่เค้าก็จะได้มาช่วยอีกแรง คราวนี้แหละ
ผลงานก็จะออกมาดีขึ้นอย่างแน่นอนครับ เพราะมีทีมงาน

เรามาสรุปด้านต่างๆของไอดอลกันเลยนะครับผม

ไอดอลคนแรก = ไอดอลด้านธุรกิจ ผมภูมิใจกับไอดอลคนนี้มากๆเลย ไอดอลคนนี้เป็นไอดอลที่ผมจะประสบณ์ความสำเร็จ ในธุรกิจเดียวกับเค้า (ผมทำธุรกิจเดียวกับเค้าอยู่) พี่เค้าก็เป็นคนนึงนะครับ ที่สร้างรายได้จากสินทรัพย์ และไม่ใช่แค่ไม่ทำให้การเรียนเสียนะครับ การเรียนของพี่เค้าถึงขั้นสุดยอดเลยด้วยซ้ำ กับการแบ่งเวลามาทำธุรกิจ นี่เป็นจุดนึงที่ผมมีกำลังใจเป็นอย่างมาก สรุปแล้ว ด้านหลักๆ ก็คือธุรกิจ ซึ่งเป็นอาชีพในอานาคตที่ผมทำอยู่เลยครับ

พี่แต้ว = ไอดอลด้านการเรียนและการงาน พูดง่ายๆก็คือการทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยนั่นเองครับผม

ไอดอลคนที่ 2 = ด้านวิทยากร ผมชอบการเป็นวิทยากรของพี่เค้ามากๆเลยนะครับ เป็นวิทยากรที่ไม่ต้องใช้ สคริปอะไรมาท่องอ่านเลย ใช้ความเข้าใจในการบรรยายมากๆเลยครับ เห็นแล้วดูเท่สุดๆ ซึ่งผมก็อยากเป็นแบบนั้น ถึงเค้าจะทำธุรกิจแต่ก็เป็นธุรกิจที่ผมไม่สนใจนะครับ แต่ผมก็ชอบตรงที่พี่เค้าสร้างรายได้จากสินทรัพย์ และทำธุรกิจอย่างประสบณ์ความสำเร็จ ก็ถือว่าเป็นไอดอลของผมเหมือนกัน จุดที่นำมาเป็นไอดอล หลักๆเลย ก็คือ วิทยากร นั่นเอง

พี่มีน = ด้านทำเว็บวันพีช พี่เค้าเป็นคนที่เรียนหนักมากๆเลยนะครับ ทำรายงานตั้งหลายเล่ม แต่ก็ยังทำเว็บวันพีชได้ดีทีเดียวนะครับ ซึ่งถึงพี่เค้าจะไม่ได้ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ผมก็ถือว่า พี่เค้าก็ไม่ได้เป็นคนเอาแต่เรียนมากนัก ก็คือยังมีเวลาในการหาความสุข เล่น เที่ยว เป็นต้น แต่พี่เค้ายังเรียนได้ดี ก็ถือว่าเป็นไอดอลที่ดีของผมนะครับ สรุปแล้ว จุดหลักๆเลย ก็คือการทำเว็บวันพีช ซึ่งผมก็เป็นเว็บมาสเตอร์วันพีชอยู่ตอนนี้

หมดแล้วนะครับ กับไอดอลที่ผมนำเสนอนี้ และในเรื่องต่อๆไป ผมก็จะอัพเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับธุรกิจของผมแล้วอะนะครับผม คิดว่าเรื่องของไอดอล ก็คงจะหมดแล้วหละครับ

ในเรื่องนี้ผมก็อยากให้ทุกๆคนเนี่ย ได้ลองหาไอดอลเป็นของตัวเองดูนะครับ
ด้านไหนที่ตรงกับเราจริงๆ ก็ลองทำให้ได้เหมือนเค้าดู แล้วประสบณ์ความสำเร็จให้ได้นะครับ

สวัสดีครับผม
^ ^

 

นิทาน แนวคิด เกี่ยวกับการดำเนินชีวิต

สวัสดีครับ นี่ก็เป็นเรื่องที่ 3 แล้วนะครับที่ผมจะเขียน
เรื่องนี้ ผมก็อยากให้ทุกๆท่าน ได้ชม วิดีโอ ที่ผมได้เตรียมมาให้นะครับ เป็นวิดีโอ นิทาน 13นาที เกี่ยวกับ แนวคิด
ของคน 2 คนที่มีความตั้งใจ ต้องการจะสร้างรายได้ในระยะยาวนะครับ แต่แนวคิด+วิธีการ และการลงมือทำของทั้ง 2
ไม่เหมือนกันครับผม ^ ^

หลังชมวิดีโอจบแล้วนะครับ ทุกๆท่านลองคิดดูนะครับว่าอนาคตของท่านเนี่ย
ถ้าเลือกได้ ท่านอยากจะเลือกแนวคิดอะไรให้กับชีวิตของท่านเอง

สรุปแล้วนะครับ จะเห็นว่าคนหาบน้ำเนี่ย จะใช้เวลาเพื่อแลกกับเงิน เวลาที่เค้าต้องการรายได้เพิ่มเนี่ย เค้าก็จะต้องเพิ่มขนาดของถังน้ำ และจำนวนครั้งในการหาบน้ำ+กับเวลาในการทำงานอีก เหมือนกับงานประจำ ที่ต้องเลื่อนตำแหน่งให้สูงขึ้น(เพิ่มขนาดถังน้ำ) เมื่อเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น งานของตำแหน่งนั้น ก็ต้องหนักขึ้น เพื่อความเหมาะสมของตำแหน่ง (เพิ่มขนาดของถังน้ำ ก็ต้องหนักขึ้น)และหางานประจำที่ 2 มาทำ (จำนวนครั้งในการหาบน้ำ)+กับทำงานล่วงเวลา(เพิ่มเวลาในการทำงาน)
เมื่อเค้าหยุดหาบน้ำ รายได้ก็จะไม่เกิดขึ้น

ส่วนคนสร้างท่อเนี่ย จะสังเกตได้เลยนะครับว่า ถ้าเอามาเทียบกับชีวิตจริงแล้ว ก็มีงานประจำมาเกี่ยวข้องเหมือนกัน แต่ไม่ได้ทำงานล่วงเวลาเท่านั้นเอง เค้าก็หาบน้ำตามปกติแหละครับ แต่เวลาที่เหลือ เค้าก็เบรคเวลามาสร้างท่อของเค้า แล้วก็มาหาบน้ำตามปกติ ซึ่งเค้าไม่พอใจกับการหาบน้ำที่เค้าทำอยู่ ถ้าหากวันนึง เค้าไม่สามารถที่จะหาบน้ำได้ เนื่องจากการเจ็บป่วยขึ้นมา เงินเค้าก็จะหยุด ซึ่งสวนทางกับคนหาบน้ำเป็นอย่างมาก คนหาบน้ำในเรื่องนี้เนี่ย เค้าพอใจกับงานที่เค้าทำอยู่ เมื่อเค้าพอใจ
ก็จะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง ถ้าทุกๆท่าน พอใจกับชีวิตที่เป็นอยู่นี้ ทุกๆท่านก็จะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงนะครับ

คนสร้างท่อเนี่ย จะมีรายได้เข้ามาตลอด 24ชั่วโมงนะครับ เมื่อเค้าหยุด น้ำก็ยังไหลผ่านท่อของเค้าตลอด 24ชั่วโมง
แล้วท่านหละ ลองถามตัวเองนะครับว่า อนาคตของท่าน ท่านอยากเป็นคน หาบน้ำ หรือคนสร้างท่อ ผมตอบได้เลยครับ
ว่า ผมจะเป็นนักธุรกิจ GDI 555+หัวเราะแบบมาร ^ ^

 

Idol คนที่3

ณฐพร เตมีรักษ์

ณฐพร เตมีรักษ์

1) PERSONAL INFORMATION ประวัติส่วนตัว
ชื่อ-นามสกุล : ณฐพร เตมีรักษ์
ชื่อเล่น : แต้ว
วันเกิด : 6 กุมภาพันธ์ 2532
สถานที่เกิด : รพ. ภูมิพล
สัญชาติ : ไทย
ศาสนา : พุทธ
มีพี่น้อง : 2 คน พี่เต๋า แล้วก็แต้ว
คุณพ่อ : น.อ. ณรงค์ เตมีรักษ์ (ทหาร)
คุณแม่ : นาง รวงทอง เตมีรักษ์ (การเคหะ)
กรุ๊ปเลือด : โอ
ส่วนสูง : 163 ซม.
น้ำหนัก : 45 กก.
นิสัยส่วนตัว : เป็นคนยิ้มง่าย สบายๆ เงียบๆ ถ้าไม่รู้จักจะไม่ค่อยพูด ชอบอาหารญี่ปุ่น
กลัวผีมากๆ เป็นกันเอง ไม่หยิ่ง
ความสามารถพิเศษ : เล่นดนตรีไทย จะเข้, ซอ, พิณ, เปียโน, เต้น, บัลเล่ต์
คติประจำใจ : ทุกปัญหามีทางออก

2) EDUCATIONAL HISTORY ประวัติการศึกษา

อนุบาล ร.ร.พระมารดานิจจานุเคราะห์
ประถมศึกษา ร.ร.พระมารดานิจจานุเคราะห์
มัธยมศึกษา ม1-ม.6 : รร.บดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ม.6 ห้อง 12 สาย วิทย์คณิต
ปัจจุบัน กำลังศึกษาอยู่ที่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

3) LIKE & DISLIKE สิ่งที่ชอบและไม่ชอบ
เกลียดที่สุด : จิ้งจก
ประทับใจที่สุด : ตอนได้ไปถ่ายโฆษณาที่จีน เพราะเป็นการไปทำงานที่ต่างประเทศเป็นครั้งแรก และทีมงานน่ารักมากๆด้วย
ภาคภูมิใจที่สุด : สอบได้เกรด 4
ส่วนที่ชอบที่สุดในร่างกาย : ตา (THE EYES ดวงตา มหาเสน่ห์)
สีที่ชอบ : น้ำตาล(หวานซะ)
อาหารจานโปรด : ข้าวหน้าเป็ด
ขนมสุดโปรด : ขนมปังชีสผักโขม
ผลไม้ที่ชอบ : กล้วย
ดอกไม้ : ลีลาวดี(ชื่อเดิมคือ ลั่นทม)
ของสะสม : หนังสืออ่านเล่น
งานอดิเรก : เล่นเปียโน / ฟังเพลง / ดูทีวี
กีฬาที่ชอบ : ว่ายน้ำ / แบตมินตัน
นักร้องคนโปรด : Aliciag Keys / Corinne bailey rae
นักแสดง : แอน ทองประสม
นางแบบที่ชอบ : Kitty
หนังที่ชอบดู : The Other
สัตว์เลี้ยงแสนรัก : หมา

4) OTHER PORTFOLIOS ผลงานอื่น ๆ

ภาพยนตร์ : เรื่องเด็กหอ(น้ำตาล)
มิวสิควิดีโอ : ที่ปรึกษา – พดด้วง, ความรู้สึกของคนหมดใจ – Zheez, ตะเกียงกับตะวัน – ตุ้ย
ถ่ายแบบนิตยสาร : ปก Buzz megateen (ส.ค. 48), Candy (ก.พ.,พ.ค. 51), LISA (พ.ค. 51), คู่สร้างคู่สม (มิ.ย. 51), ดาราภาพยนตร์ (เม.ย. 51), ดาราภาพยนตร์ฉบับพิเศษ ฉบับที่ 393(พริกไทยกับใบข้าว) ปี 51, ดาราภาพยนตร์ฉบับพิเศษ ฉบับที่ 402 (สุดแต่ใจจะไขว่คว้า ปี 51, CAMPUS (ต.ค. 51), ขวัญเรือน ( มี.ค. 52 )
อื่น ๆ : ผู้ประกาศคั่นรายการ ช่อง 7, ช่อง 3, พิธีกรสีสันบันเทิง ช่อง 3

ผลงานละครที่ผ่านมา : น่ารัก (น่ารัก), พริกไทยกับใบข้าว (พริกไทย),
สุดแต่จะไขว่คว้า (วันสว่าง)[สุดแต่ใจจะไขว่คว้า (แก้ให้เจ้าของข้อมูลนะครับ)], ดงผู้ดี (ขม) (ออกอากาศ 10 เมษา)

เครดิตรูปภาพ จาก Kapook
เครดิตโปรไฟล์ จาก Taewclub

สวัสดีครับผม เกริ่นๆก่อนเลยนะครับ ว่าเรื่องต่อๆไป ที่ผมจะเขียนเนี่ย ก็จะค่อยๆสั้นลงไปเรื่อยๆ แล้วนะครับผม ซึ่งทุกๆท่านที่เข้ามาอ่าน ก็จะได้ไม่ต้องใช้ความอดทนในการอ่าน และทนทรมานอีกต่อไป 555+ หัวเราะแบบมาร

มาถึงตรงนี้แล้ว ทุกๆท่านก็คงจะเห็นข้อมูลเกี่ยวกับ ไอดอล ไปบ้างแล้วนะครับผม ซึ่งสำหรับ ไอดอลคนนี้ ผมก็จะไม่ปิดบังข้อมูลอะไร เพราะยังไง ทุกๆท่านก็คงจะไปหาข้อมูลมาได้อยู่ดีนะครับ ก็ถือว่าพิเศษหน่อยละกันสำหรับการเปิดเผยข้อมูล

ก่อนอื่นเลยนะครับ ผมขอเรียกไอดอลของผมคนนี้ว่า “พี่แต้ว” แทนละกันนะครับ ถ้าเรียก ไอดอล แล้วมันดูแปลกๆนะ
สิ่งที่ทำให้ พี่แต้ว ได้มาเป็นไอดอลของผมนะครับ ก็คือการที่ พี่แต้ว เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย พี่แต้วเนี่ยทำงานอยู่วงการบันเทิง แต่ก็ยังสามารถที่จะสอบเข้า คณะสถาปัตฯ จุฬา ได้ อย่างที่ทราบนะครับ ว่าการสอบเข้า สถาปัตฯ เนี่ย ไม่ใช่ง่ายๆเลยนะครับ และเรียนก็หนักมาก งานก็เยอะสุดๆ ผมก็เป็นคนนึงนะครับ ที่เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ผมเข้าใจความรู้สึกเลยครับ ว่าการที่เรียนไปด้วยและทำงานไปด้วยเนี่ย ความรู้สึกเป็นอย่างไร เราจะต้องใช้การแบ่งเวลา มากำหนดว่าเวลาไหนทำอะไร เวลาไหนต้องไปทำอะไรบ้าง และปัญหาที่ผมเจอเนี่ย ก็คือ “การบ้าน” ครับ อ่าว! เกี่ยวอะไรกับการบ้าน คิดดูนะครับ การบ้านเนี่ย บางทีเยอะ บางทีน้อย ซึ่งเราก็ไม่ทราบเลยนะครับว่า เราจะทำเสร็จเมื่อไหร่ จนส่วนมากเลยนะครับ มันจะมาล้ำเส้นเวลาที่ผมแบ่งไว้ทำธุรกิจ บางทีเป็นภาระงานกลุ่ม ทีนี้หละครับ ล้ำเส้นเป็นวันๆเลยหละครับ แบบนี้เซ็งสุดๆ เพราะฉนั้น เราต้องแบ่งเวลาอย่างละเอียดยิบเลยครับผม และนี่แหละครับ คอเดียวกันกับพี่แต้ว ซึ่งพี่แต้วเนี่ย ทำให้ผมมีกำลังใจขึ้นมาเยอะมากๆเลยนะครับ กับการทำงานของพี่แต้ว โดยไม่ทำให้การเรียนเสียอีก และสิ่งที่เหมือนกันอีกอย่างนึงครับ คือ พี่แต้วจะเป็นคนเงียบๆ ถ้าไม่รู้จักจะไม่ค่อยคุย คอเดียวกันกับผมเลย ผมก็เป็นเหมือนกันครับ แต่ทุกวันนี้ ผมก็พยายามที่จะออกโรงพูดคุยกับคนอื่่นก่อนนะครับ คือผมคิดว่า ถ้ามีคน 2 คน ที่เป็นคนเงียบๆ เหมือนกัน มาเจอกัน ในใจมีเรื่องอยากคุยมาก แต่ไม่มีใครกล้าเริ่มก่อน แบบนี้ พรุ่งนี้ไหมครับ ถึงจะคุยกัน เสียเวลาสุดๆเลยนะครับแบบนี้ เพราะฉนั้น ก็ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายนึงหละครับ ที่จะต้องเริ่ม เรื่องราวจะได้ดำเนินต่อไปได้

มีข้อดีแล้ว ก็ต้องมีข้อที่ “ขัดแย้ง” กันบ้างนะครับผม คือ พี่แต้วเนี่ย จะเน้นเรื่องเรียนเป็นหลัก แต่ผมเนี่ย จะเน้นเรื่องงานเป็นหลัก และที่สำคัญเลย พี่แต้วไม่ได้สร้างรายได้จาก สินทรัพย์ นี่แหละครับ คือข้อที่ “ขัดแย้ง” กันนะครับผม อันนี้ไม่ต้องแปลกใจเลยนะครับ เป็นปกติอยู่แล้ว ที่เราจะเน้นเรื่องเรียนเป็นหลัก แต่ผมเพียงบอกข้อขัดแย้งเท่านั้นนะครับ ผมไม่ได้
ว่าอะไร ^ ^ ซึ่งถึงพี่แต้วจะไม่ได้สร้างรายได้จาก สินทรัพย์ แต่ผมก็คิดว่า ถ้าเราทำสิ่งที่เราชอบจริงๆ ถึงเราทำงานตลอด
เราก็จะมีความสุขกับมันตลอด เพราะฉนั้น คนที่ไม่ได้สร้างรายได้จาก สินทรัพย์ ก็ไม่ต้องเสียใจไปนะครับ ^ ^
ในหัวข้อที่ผมเขียนขึ้นมานี้นะครับ ถ้าหากว่า พี่แต้ว เข้ามาพบเห็น แล้วมีข้อที่ไม่ถูกใจ ผมก็ต้อง ขอโทษ ไว้ ณ.ที่นี้นะครับผม แต่ก็อยาก ขอบคุณ ไว้ ณ. ที่นี้ด้วยนะครับ ที่ทำให้ผมมีกำลังใจขึ้นมาเยอะเลย สู้ๆนะครับ

ในส่วนต่อไป ผมเริ่มรู้จักและสนใจพี่แต้วจริงๆ ยังไง ผมรู้จักจริงๆ เริ่มจาก คนคนนี้ ครับผม

คนคนนี้บางท่านก็พอจะรู้จักกันดีนะครับ
เพราะเค้าก็เป็น ดารา ดังเหมือนกันครับผม ^ ^
คนคนนี้ เรียนจบตั้งแต่ อายุ 18ปี เลยนะครับผม
ซึ่งรับปริญญา เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2548
น่าจะ 48 นะครับถ้าจำไม่ผิด ถ้าไม่ใช่ก็คงอยู่ในช่วง 47-49

อายุ 8 ขวบ
ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดนางแบบรุ่นจิ๋ว
อายุ 10 ขวบ
ต้องตามพ่อแม่ไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกา
เดินทางกลับประเทศจีนเมื่อช่วงต้นปี 2002
ศึกษาจนจบที่ Beijing Film Academy (BFA 北京电影学院)
เอกการแสดง

ตอนนี้ อายุ 20
วางแผนต่อโทแล้ว ที่อเมริกา US Stanford

เครดิตบางส่วนจาก http://www.zheza.com

Liuyifei (หลิวอี้เฟย 刘亦菲)

Liuyifei (หลิวอี้เฟย 刘亦菲)

ผมเริ่มรู้จัก พี่แต้ว จริงๆ ก็จากคนๆนี้แหละครับ ขอบอกนะครับว่า รู้จักจริงๆ ซึ่งก็คือว่า ผมเคยเห็นพี่แต้วผ่านๆ มาก่อนหน้านี้แล้ว แต่ไม่ค่อยสนใจซะเท่าไหร่นั่นเอง

ซึ่งเริ่มจาก คอนเสิร์ต เพลง Xinji ของหลิวอี้เฟย รายการอะไรผมก็จำไม่ได้นะครับ เรียกว่าไม่รู้ซะมากกว่า เพราะเป็นภาษาจีน 555+ หัวเราะแบบมาร คือในช่วงท้ายของคอนเสิร์ตเนี่ย ก็จะมีแนะนำโฆษณา นมเปรี้ยว yiri สั้นๆไม่ถึงนาที ตั้วนึงนะครับ ซึ่งมีพี่แต้ว ร่วมถ่ายโฆษณาตัวนี้ด้วย แต่ตอนที่ผมดูโฆษณาตอนนั้น ผมยังไม่รู้จักพี่แต้วนะครับ เพราะตอนนั้นผมยังคิดว่า พี่แต้วคนนั้นอะ ก็คือคนจีน ที่มาร่วมถ่ายโฆษณากับหลิวอี้เฟยนั่นเอง และมีอยู่ช่วงนึงผมได้มีโอกาสไปดู โฆษณาแบบเต็ม ประมาณ 3นาทีนะครับ ตอนนั้นก็ยังไม่รู้จักพี่แต้วอีกแหละ อ่าว!แล้วจะรู้จักตอนไหนเนี่ย ก็ตอนที่ผมไปเจอ คนเค้าโพสคอมเม้น คลิปโฆษณา ประมาณว่า พี่แต้วน่ารัก อะไรประมาณนี้นะครับ ผมก็เริ่มสงสัยละ ว่าคนๆนี้ จะเป็นคนไทยงั้นหรือ แล้วปรากฏว่าใช่ครับ เพราะผมดูคลิปบ่อยมาก ก็เลยไปเจอมานะครับ ทำให้ผมประทับใจสุดๆ เป็นคนไทยแต่ไปร่วมถ่ายโฆษณากับหลิวอี้เฟย นี่ก็คือความเป็นมาของผมนะครับผม ถึงอย่างไรก็ตาม ผมขอขอบคุณทุกๆท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม บล็อกของผมมากๆเลยนะครับผม ทุกๆท่านที่เข้ามาเยี่ยม สามารถที่จะคอมเม้นด้านล่างได้เลยนะครับ และอยากให้ บอกต่อเกี่ยวกับบล็อกนี้ก็จะดีมากๆเลยครับผม

ขอบคุณมากๆเลยนะครับ สวัสดีครับผม

 

รวมข้อมูลเกี่ยวกับ การหางาน การสร้างรายได้ทางNet และ ธุรกิจ สำหรับผู้ที่ อยากหางาน

Worapong Premrit

Worapong Premrit

สวัสดีครับ ผม วรพงษ์ นะครับ

ตอนนี้ผมได้เปิดโอกาส ให้ทุกๆท่านสามารถที่จะศึกษาธุรกิจ

เป็นธุรกิจที่น่าประหลาดใจมากๆเลยครับ คาดไม่ถึงจริงๆว่าจะมีแบบนี้ด้วย

ทุกๆท่านสามารถศึกษาได้เลยนะครับ ที่ www.saves.ws

ด่วน…! เลยนะครับ เวลาไม่คอยใครจริงๆ ถ้าโอกาสนั้นมันตรงจริงๆ

แค่ไม่เปิดรับโอกาส จะทำให้ทุกๆท่านรู้สึกเสียดายเวลาไปเลยครับผม

แบบว่า “ถ้าทำตั้งแต่แรก รวยไปนานแล้ว” แต่ไม่ต้องรีบมากนะครับ

เพราะประเด็นหลักมันอยู่ที่เนื้อหาที่ผมรวบรวมมาอย่างน่าตกใจเลยทีเดียว

ข้อมูลและแนวคิดนี้ เป็นของจริงทุกอย่างนะครับ ศึกษาได้จากด้านล่างเลย

ก่อนอื่นเลย ผมก็ต้องขอขอบคุณ ทุกท่านจริงๆนะครับ ที่สละเวลา เข้ามาศึกษาข้อมูล ที่ผมรวบรวมมา

เห็นแบบนี้ผมก็หายเหนื่อยแล้วครับ

เนื้อหาที่ผมรวบรวมมานี้ ผมจะเขียนแค่หน้าเดียวเท่านั้นนะครับ ผมไม่อยากให้ข้อมูลที่ผมอุตส่าห์รวบรวมมาได้เสียเปล่า

ผมอยากให้ทุกท่านได้อดทนอ่านให้จบ มันจะเป็นประโยชน์แก่ท่านเองครับผม

เริ่มจาก งานทั้ง 4 ประเภท (ESBI) เลยแล้วกันนะครับผม ซึ่งได้แก่

1. E (Employee) – ลูกจ้าง

2. S (Self-employed) – ทำธุรกิจส่วนตัว

3. B (Business Owner) – เจ้าของธุรกิจ

4. I (Investor) – นักลงทุน

เห็นแบบนี้บางท่านพอจะคุ้นๆกัน บางท่านถึงกับ “งง” เลยว่ามันคืออะไร ผมจะอธิบายให้ก็แล้วกันครับ

E (Employee) – ลูกจ้าง

ทุกคนคงน่าจะพอทราบกันดีนะครับ ว่ารายได้จากกลุ่มนี้เนี่ย ก็คือ ค่าจ้าง หรือ เงินเดือน เช่น แพทย์ที่ทำงานในโรงพยายาล ฯลฯ แพทย์จะได้รับรายได้เป็น ค่าจ้างหรือเงินเดือน นายจ้างจะเป็นผู้กำหนดรายรายได้ เพราะฉะนั้น คนกลุ่มนี้จะมีรายได้อย่างจำจัด กรณีที่จะต้องการรายได้เพิ่ม ก็จะต้องทำ OT หรือที่เรียกกันว่า งานล่วงเวลานั่น เอง

S (Self-employed) – ทำธุรกิจส่วนตัว

คนกลุ่มนี้จะใช้ เวลา แลกกับเงิน รายได้จะมาจากกำไรในการทำธุรกิจ คนกลุ่มนี้ก็มีรายได้อย่างจำกัดเช่นกันครับ เช่น แพทย์ที่เปิดคลินิก ฯลฯ อ่าว!! รายได้จำกัดอีกแล้วหรอ จำกัดยังไง เวลาที่แพทย์ปิดคลีนิกเนี่ย แพทย์ก็จะไม่มีกำไรจากการทำธุรกิจ เมื่อต้องการรายได้เพิ่ม ก็จะต้อง เปิดคลินิก อาจจะเปิดเป็นวันอาทิตย์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์เพิ่มก็ได้ครับ

B (Business Owner) – เจ้าของธุรกิจ

การเป็นเจ้าของธุรกิจ จะได้รับผลจากการดำเนินธุรกิจ เช่น แพทย์ที่เป็นเจ้าของโรงพยาบาลครับ แพทย์ที่เป็นเจ้าของโรงพยาบาลจะจ้าง แพทย์ทั่วๆไปมาทำงานในตำแหน่งต่างๆ มาทำงานในโรงพยาบาล และจ้างผู้บริหารเก่งๆ มาดูแลให้ครับ

รายได้ของเค้าจะไม่จำกัด เพราะถ้าเค้าไม่ทำงาน ก็ยังมีแพทย์คนอื่นๆ ทำงานให้อยู่ แบบนี้ก็ดีหละสิครับ!!

I (Investor) – นักลงทุน

นักลงทุน จะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุน ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้จะใช้เงินในการทำงาน แทนตนเอง รายได้ของคนกลุ่มนี้

จะมาจากการปันผลดอกเบี้ย ยกตัวอย่างเช่น สมมุติว่า อัตราดอกเบี้ยเงินฝากในธนาคาร ตกอยู่ 5% ต่อปี

เมื่อนักลงทุน นำเงินไปฝากไว้ 50ล้าน ปีนึง นักลงทุนเหล่านั้นจะได้รับเงิน 2ล้าน5แสน หรือ ประมาณ 2แสนบาท ต่อเดือน ยอดไปเลยใช่ไหมครับ นี่แค่เป็นตัวอย่างเดียวเท่านั้นนะครับ เพราะนักลงทุนจะมีหลายแบบมาก แต่ผมขอยกตัวอย่างแค่นี้ก่อนแล้วกัน เดี๋ยวมันจะยืดยาว และ ทุกๆท่านเคยแปลกใจไหมครับ ว่าทำไมคนรวยๆ อย่างคุณนาย คุณหนู ที่เป็นเศรษฐี

ไม่ทำงานก็มีเงิน ไม่ต้องแปลกใจกันแล้วครับ คนรวยๆเหล่านั้นก็คือคนกลุ่ม I นั่นเอง เค้าจะไม่ลงมาทำงานด้วยตัวเองครับ

เค้าจะใช้เงินของเค้ามาทำงานแทน คิดง่ายๆครับ ว่าถ้าใครอยู่กลุ่ม I ก็คือคนที่ใช้เงินทำงานแทนครับ

พออ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ทุกท่านก็พอจะมีความรู้เกี่ยวกับ งานทั้ง 4 ประเภทแล้วนะครับ ทุกท่านจะสังเกตง่ายๆเลยว่า

คนกลุ่ม E และ S เนี่ย จะมีรายได้ที่จำกัด เพราะทำงานเพียงลำพัง เมื่อหยุดทำงาน รายได้ของเค้าก็จะไม่เกิดขึ้น

ส่วนคนกลุ่ม B และ I เนี่ย จะมีรายได้ที่ไม่จำกัด เพราะทำงานกันเป็นทีม เมื่อเราหยุดทำงาน แต่ทีมงานไม่ได้หยุดทำงาน

สุดยอดไปเลยใช่ไหมครับผม ^ ^

และก่อนที่เราจะพบกับหัวข้อต่อไป ซึ่งเป็นหัวข้อที่เกี่ยวเนื่องกับชื่อบล็อกที่ผมสร้างขึ้นมาเลยนะครับ

เราก็จะมาดู สถิติ กลุ่มคนทำงาน ทั้งหมดคิดเป็น 100% ก่อนเลยดีกว่าครับ

ผมจะวงเล็บกำกับให้ด้วยนะครับ ว่ากลุ่มไหนเกี่ยวเนื่องกับ ESBI เพราะทุกๆท่านพอจะมีความรู้เกี่ยวกับ ESBI กันแล้ว

5% เป็นเจ้าของกิจการ (B,I)

15% ทำงานอิสระ (S)

และ 80% ลูกจ้าง (E)

ซึ่งสรุปคร่าวๆแล้ว E = 80% S,B และ I =20%

เห็นไหมครับ คนที่รวยมาจากการเป็นเจ้าของกิจการ ซึ่งเป็นกลุ่มคนส่วนน้อยมากๆเลย ^ ^

ทีนี้เราก็ไปพบกับหัวข้อที่เกี่ยวกับเนื้อหาหลักๆของหน้านี้กันเลยนะครับ

ซึ่งทุกๆคนสามารถเลือกได้เลยนะครับ ว่าอยากหางานแบบไหนกัน

หางาน ทั้ง 3 แบบ (หัวข้อนี้ผมก็จะกำกับ ESBI ให้เหมือนกันนะครับ)

1.งานประจำ (มีรายได้ทุกๆเดือน เป็นรายได้ที่จำกัด) E

2.การสร้างรายได้ทางNet (มีรายได้แค่ก้อนเดียว เป็นรายได้ที่ไม่จำกัด) E,S

3.ธุรกิจ (มีรายได้ทุกๆเดือน เป็นรายได้ที่ไม่จำกัด) S,B

ทุกๆท่านคงแปลกใจแล้วใช่ไหมครับ ว่าทำไม การสร้างรายได้ทางNet ซึ่งเป็นรายได้ที่ไม่จำกัด ถึงกำกับด้วย E,S

และธุรกิจ ซึ่งก็เป็นรายได้ที่ไม่จำกัด ถึงมี S กำกับไว้ด้วย ซึ่งมันขัดแย้งกับ เนื้อหา ESBI ที่ผมอธิบายไว้ก่อนหน้านี้

(จริงๆแล้ว ในหัวข้อ หางาน ซึ่ง 2 ข้อย่อยหลังเนี่ย มันมีหลายแบบครับผม เดี๋ยวผมจะค่อยๆ อธิบายทีละข้อน้า)

1.งานประจำ (มีรายได้ทุกๆเดือน เป็นรายได้ที่จำกัด) E

ก่อนที่ผมจะอธิบาย เราไปพบกับ สถิติที่สำรวจ ในปี 2550 ก่อนเลยดีกว่าครับ

เงินเดือนผู้จบการศึกษาระดับปริญญาตรี แบ่งตามกลุ่มอาชีพ (สำรวจปี 2550)

ขอออกตัวไว้ก่อนเลยนะครับผม ว่าอาชีพจาก สถิตินี้ สามารถที่จะทำงานในรูปแบบ ESB ได้นะครับ

กลุ่มที่1

ผู้ ที่มีบุคลิกภาพนี้ จะชอบกิจกรรมที่ต้องใช้พละกำลัง ชอบงานกลางแจ้ง กิจกรรมที่ไม่สลับซับซ้อน กิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งของ เช่น เครื่องจักรกล ขาดทักษะในการสร้างสัมพันธระหว่างบุคคล หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องสังคมกับบุคคลอื่นชอบเป็นจุดสนใจของผู้อื่น ค่อนข้างก้าวร้าว มีลักษณะเป็นชาย มีค่านิยมทางเศรฐกิจและในรูปแบบที่มีระเบียบแบบแผน ยึดถือประเพณีนิยม

- วิศวกรโยธา 12,000 – 18,000

- วิศวกรอุตสาหการ 12,000 – 18,000

- วิศวกรเครื่องกล 12,000 – 15,000

- นักเทคโนโลยีทางการศึกษา 7,000 – 8,000

- นักกายภาพบำบัด 7,000 – 7,500

กลุ่มที่ 2

ชอบ คิด สังเกต วิเคราะห์ สังเคราะห์ วิจารณ์อย่างมีเหตุผล ชอบแก้ปัญหา ชอบใฝ่หาความรู้มีหลักการ ชอบทำงานที่สลับซับซ้อนมากกว่าเป็นผู้ลงมือทำ ไม่ยึดติดประเพณีนิยม หลีกเลี่ยงการค้า การชักชวนเข้าสังคมและการเลียน

- ผู้วางแผนการผลิต 25,000 – 50,000

- เภสัชกร 15,000 – 18,000

- ศัลยแพทย์ 15,000-16,000

- จิตแพทย์ 15,000 – 16,000

- วิสัญญีแพทย์ 15,000-16,000

- จักษุแพทย์ 15,000-16,000

- สัตวแพทย์ 15,000-16,000

- ผู้บริหารระบบข่าวสาร 12,000 – 16,000

- นักวิเคราะห์ระบบงานคอมพิวเตอร์ 12,000 – 16,000

- นักเคมี 12,000 – 15,000

- นักชีววิทยา 12,000 – 15,000

- ทันตแพทย์ 12,000 – 15,000

- นักเทคนิคการแพทย์ 12,000 – 15,000

- วิศวกรไฟฟ้า 12,000 – 15,000

- นักเศรษฐศาสตร์ 9,500 – 12,000

- นักวิจัย 9,000-12,000

- นักฟิสิกส์ 9,000-12,000

- นักสถิติ 8,000-12,000

- นักจิตวิทยา 7,500-15,000

- ผู้เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ 7,000-12,000

- นักวิเคราะห์การตลาด 7,500

- นักรังสีเทคนิค 7,000

กลุ่มที่ 3

ชอบ กิจกรรมเกี่ยวกับนามธรรม เป็นอิสระ รักความงาม มีความเป็นตัวของตัวเองสูงชอบใช้ชีวิตและกิจกรรมแบบตามลำพัง ไม่ค่อยควบคุมตัวเอง มักทำตามใจที่ปรารถนา มีความต้องการแสดงออกถึงลักษณะของตนเอง ชอบทางศิลปะ ไม่ชอบเลียนแบบ มีความคิดริเริ่ม หลีกเลี่ยงงานประเภทใช้ระเบียบแบบแผน

- สถาปนิก 15,000 -20,000

- มัณฑนากร 15,000 – 20,000

- นักเขียนประกาศโฆษณา 10,000-12,000

- ผู้จัดการฝ่ายโฆษณา 10,000

- ภูมิสถาปนิก 10,000

- นักออกแบบเครื่องเฟอร์นิเจอร์ 10,000

- นักออกแบบแฟชั่น 9,000 – 10,000

- นักประชาสัมพันธ์ 9,000 บาท -15,000

- สื่อข่าว 8,500 -10,000

- นักหนังสือพิมพ์ 8,500 -9,000

- นักออกแบบเครื่องประดับ 8,000 – 10,000

- นักออกแบบเว็บไซต์ 7,000-12,000

- นักออกแบบบรรจุภัณฑ์ 7,000-9,000

กลุ่มที่ 4

ชอบ ติดต่อกับคน ชอบสนทนา ชอบให้ความรู้สอนผู้อื่น ชอบแสดงตัว ร่าเริง มีความรับผิดชอบ มีทักษะทางภาษา ต้องการความสนใจ ชอบช่วยเหลือผู้อื่น มีลักษณะเป็นหญิง หลีกเลี่ยงการใช้ความคิดทางปัญญา มักแก้ปัญหาโดยคำนึงถึงความรู้สึก หลีกเลี่ยงงานที่เกี่ยวกับเครื่องยนต์ หรือทางวิทยาศาสตร์

- พยาบาล 13,900

- นักจัดรายการวิทยุ 10,000

- เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคล 7,500 – 8,500

- ครู-อาจารย์ 6,500 – 7,000

- นักสังคมสงเคราะห์ 6,360 -7,000

กลุ่มที่ 5

จะ มีลักษณะของความเป็นผู้นำ มีความคิดริเริ่ม มีความเชื่อมั่นในตัวเอง กล้าโต้แย้ง กล้าได้กล้าเสีย พร้อมที่จะทดลอง มีความเป็นอิสระ มีความสนใจอำนาจ มีความก้าวร้าวทางวาจา มีทักษะในการเจรจา มักหลีกเลี่ยงสภาพการณ์ที่ต้องใช้กำลังทางปัญญาอันยาวนาน ไม่ชอบกิจกรรมที่เป็นระเบียบแบบแผน

- ที่ปรึกษาทางกฎหมาย 50,000 – 100,000

- ผู้พิพากษา 14,850 – 16,020

- ทนายความ 8,500-10,000

กลุ่มที่ 6

ชอบ กิจกรรมที่เป็นรูปธรรมและกิจกรรมทางภาษา ยึดประเพณี ชอบทำตามระเบียบแบบแผนมากกว่าการริเริ่มด้วยตนเอง เป็นพวกวัตถุนิยม และเจ้าระเบียบ ไม่ยืดหยุ่น ชอบการเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ชอบเลียนแบบ เป็นผู้ตาม

- เจ้าหน้าที่ควบคุมคุณภาพ 15,000

- สมุห์บัญชี 12,000-18,000

- ผู้ตรวจสอบบัญชี 12,000 – 18,000

- ผู้ประเมินทรัพย์สิน 10,000

- พนักงานบัญชี 9,500

และขอออกตัวอีกนิดนึงนะครับ กรณีที่บางท่านเนี่ยแปลกใจว่า ทำไมถึงไม่สามารถทำงานในรูปแบบ I ได้นะครับ

อย่างที่ผมกล่าวไว้ ว่ารูปแบบ I เนี่ย เค้าจะไม่ลงมาทำงานด้วยตัวเอง เค้าจะใช้เงินในการทำงานนะครับ ซึ่งอาชีพในสถิตินี้

เป็นตำแหน่งเฉพาะ ซึ่งตำแหน่งเหล่านั้น จะต้องทำงานตามหน้าที่ของแต่ละอาชีพ ^ ^

เครดิต จาก …magazine online โดยหนุ่มสาวชาว =Neo=

ทุกๆท่านก็ได้พบกันไปแล้วนะครับ กับสถิติที่ผมให้ดู บางคนก็คิดเลยว่าจะเลือกทำงานอะไรดีเยอะแยะไปหมด

ในงานแบบที่ 1.งานประจำ นะครับผม

มีรายได้ทุกๆเดือน แน่นอนครับ เพราะลูกจ้างกับนายจ้างได้ทำข้อตกลงกันไว้แล้ว กับค่าจ้างประจำเดือนนั้นๆครับ

ซึ่งอย่างที่ผมบอกครับ ดำเนินงานอยู่เพียงลำพัง ทำให้มีรายได้อย่างจำกัด

แต่การทำงานประจำมีความเสี่ยงที่ว่า นายจ้างจะยื่นซองขาวเพื่อให้ออกจากงาน เมื่อไหร่นั่นเอง

ซึ่งวัฏจักรของงานประจำมีดังนี้ครับผม (เป็นข้อมูลจริงๆที่พิสูจมาแล้ว)

การทำงานประจำ จะมีพัฒนาการเป็นขั้นบันไดครับ

เช่น จากคนงาน เป็น หัวหน้าคนงาน จนถึงตำแหน่งสูงสุดตามความเหมาะสม

เมื่ออายุ 60 ก็จะแก่ตัวลง หมดอายุการทำงาน บริษัทก็จำเป็นที่จะยื่นซองขาว เพื่อรับคนงานใหม่ไฟแรงกว่าครับผม ^ ^

2.การสร้างรายได้ทางNet (มีรายได้แค่ก้อนเดียว เป็นรายได้ที่ไม่จำกัด) E,S

จากประสบการณ์ในการสร้างรายได้ทางNet นะครับผม

ก็จะมีประมาณ 75%-85% เลยนะครับ ที่ไม่จ่ายเงินจริงๆ หรือที่เรียกกันทั่วๆไปว่าหลอกลวง

จนทำให้ใครหลายๆคน กลัวกับการสร้างรายได้ทางNet กันไปตามๆกันเลยครับผม

เช่น คลิ๊กโฆษณา ที่เราทราบกันอย่างแพร่หลาย หรือไม่ว่าจะเป็นการให้เราไปอ่านอีเมลย์บ้าง ฯลฯ

ซึ่งที่ว่ามีรายได้ที่ไม่จำกัดเนี่ย เพราะว่าการสร้างรายได้ผ่านNet บางแห่ง จะมีการทำงานแบบทีมด้วย

ซึ่งเราสามารถที่จะสร้างรายได้มากเท่าไหร่ก็ได้ ทำมากได้มาก ทำน้อยได้น้อย และเมื่อทีมทำงาน

เราก็จะได้ค่าลิขสิทธิ์จากทีม ซึ่งมีรายได้แค่ก้อนเดียว เนื่องมาจากว่า เราจะต้องหาทีมงานตลอดเวลา ไม่มีวันจบสิ้น

เมื่อไม่หา เราก็ไม่ได้รายได้ เพราะฉะนั้น ถ้าเราไม่ทำงาน รายได้ก็จะไม่เกิดขึ้น และที่สำคัญ บางแห่งเนี่ย เค้าจ้างเราทำงาน

นี่เป็นสาเหตุที่เราตกอยู่ใน กรณี E ไงครับ และรายได้ที่เกิดขึ้นเนี่ย ก็น้อยเอามากๆ ไม่คุ้มกับการทำงานจริงๆ

3.ธุรกิจ (มีรายได้ทุกๆเดือน เป็นรายได้ที่ไม่จำกัด) S,B

ธุรกิจจะแบ่งเป็น 2 แบบนะครับผม คือ

1.ธุรกิจแบบ S และ

2.ธุรกิจแบบ B

ธุรกิจในรูปแบบ S เนี่ย (ขอยกเว้นไว้แบบ นึงนะครับ เนื่องจากว่า จะมีรายได้แค่ก้อนเดียว)

เนื่องจากว่า รายได้ของธุรกิจแบบ S จะมาจากการขายครับ เมื่อหยุดขาย รายได้ก็จะไม่เกิดขึ้น สมมุติว่าผมทำธุรกิจนึงนะครับ ลงทุน 2800 บาท ค่าลิขสิทธิ์ของธุรกิจ ซึ่งจะต้องซื้อสินค้าเพิ่มอีกต่างหาก แต่คนที่ทำธุรกิจแบบ S จะซื้อในราคาที่ถูกลง เช่น ลดจากราคา 25% เพื่อที่จะขายสินค้าในราคาเต็ม แล้วส่วนที่เหลือก็คือ กำไรจากการทำธุรกิจ และถึงแม้ว่า จะขยายสาขาได้

ก็จริง แต่เค้าก็จะต้องออกไปดูแล ควบคุมแต่ละสาขาเอง ซึ่งเราจะไม่สามารถที่จะหยุดการทำงานแบบนี้ได้เลย เหมือนแพทย์ที่เปิดคลินิก แล้วขยายสาขา ซึ่งเค้าก็จะต้องออกไปควบคุมดูแลแต่ละสาขาเอง พูดง่ายๆ ก็คือเป็นการจ้างตัวเองนะครับ

ซึ่งต่างจาก ธุรกิจแบบ B ที่เค้าจะจ้างผู้บริหารเก่งๆมาดูแล และเค้าก็จะได้ไม่ต้องมาควบคุมดูแลเอง อย่างที่ผมได้กล่าวเอาไว้

ธุรกิจในรูปแบบ B ครับผม

เป็นธุรกิจที่สามารถที่จะขยายสาขาได้ เราจะได้รับค่าลิขสิทธิ์จากสาขานั้นๆทุกๆเดือน เมื่อเราหยุดทำงาน

เราก็ยังจะได้รับค่าลิขสิทธิ์ ทุกๆเดือน ถึงเป็นรายได้ที่ไม่จำกัดไงครับผม ^ ^

สมมุติว่า ผมทำธุรกิจนึง ซึ่งเป็นแบบ B ต้องลงทุนประมาณ 150,000บาท เราจะได้กำไรจากการขายด้วย + กับการขยายสาขา ซึ่งค่าลิขสิทธิ์แต่ละสาขา จะมีอยู่ 5% ซึ่งถ้าเดือนนั้นสาขาแห่งหนึ่ง ทำกำไรได้ 50,000บาท ค่าลิขสิทธิ์ที่เราจะได้คือ 2500บาท (5%) นั่นเอง ^ ^ นี่!! แค่สาขาเดียวเท่านั้นนะครับ เราสามารถขยายสาขาได้ หลายๆสาขา ตามแผนการตลาด

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ทุกๆท่านก็จะพอทราบกันแล้วนะครับ ว่ารูปแบบงานใด เหมาะสม รูปแบบใดไม่เหมาะสม บางท่านก็เลือกได้แล้ว บางท่านก็เลือกไม่ได้ เนื่องจากว่า กลัวโดนยื่นใบลากออกบ้าง (งานประจำ) กลัวเหนื่อยตลอดเวลา ไม่สามารถหยุดทำงานได้ ไม่คุ้มกับการทำงาน (การสร้างรายได้ทางNet) ลงทุนสูงเกินไป ไม่มีเงินจะลงทุน (ธุรกิจ)

ส่วนต่อไปนี้จะเป็น จุดประสงค์ของผมนะครับ ซึ่งจะมี คำถาม-คำตอบ กรณีสำหรับท่านที่แปลกใจนะครับว่า

-ใครคือกลุ่มที่ผมต้องการดึงเค้าเหล่านั้นให้มาดู

กลุ่มที่ต้องการให้ผมช่วยเหลือเกี่ยวกับ การหางาน การสร้างรายได้ผ่านNet และธุรกิจ

-ทำไมทุกๆท่านต้องสนใจสิ่งที่ผมนำเสนอ

ทุกๆท่าน ต้องถามตัวเองก่อนนะครับ ว่าทุกๆท่านเนี่ย ต้องการอะไรจากการเรียนรู้ในหน้านี้

ซึ่งทุกๆท่านต้องการ ที่จะมีอิสรภาพทางการเงิน + กับอนาคตที่สดใสไม่ใช่หรอครับ

ส่วนต่อไปจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอิสรภาพทางการเงินนะครับ

การที่จะมีอิสรภาพทางการเงินเนี่ย คือเราสามารถที่จะใช้เงินได้อย่างอิสระ ไม่ว่าเราจะไปเที่ยว ซื้อของ

เราจะไม่มีความกังวลเลย ว่าค่าใช้จ่าย จะจ่ายไปเท่าไหร่ เรียกง่ายๆว่า เท่าไหร่ก็มีจ่ายหมด อิอิ

ผมอยากถามทุกๆท่านนะครับ ว่าทุกๆท่านเนี่ย ต้องการชีวิตแบบไหน

ระหว่าง คนที่เป็นนักกีฬาระดับโลก สามารถที่จะนำเงินไปเรียนต่อได้ ไปลงทุนทำอะไรได้ตามที่เค้าต้องการ

กับคนที่ทำแต่สิ่งเดิมๆ ชีวิตอยู่ในมหาลัย จบมาก็ทำงานประจำ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

ผมขอยกตัวอย่าง นักกีฬาระดับโลก นะครับ เนื่องจากว่าเป็นคนส่วนน้อย ที่มีอิสรภาพทางการเงิน

แต่เดี๋ยวผมจะอธิบาย เกี่ยวกับวิธีสร้างอิสรภาพให้ครับ

ซึ่งสำหรับคนที่ต้องการใช้ชีวิตแบบ นักกีฬาระดับโลก ก็มาศึกษาวิธีสร้างอิสรภาพทางการเงินต่อเลยนะครับผม

การที่จะสร้างอิสรภาพทางการเงิน ส่วนใหญ่เลยนะครับ มาจาก รายได้จากสินทรัพย์

รายได้จากสินทรัพย์เป็นรายได้ที่เราจะได้รับ ทุกๆเดือนเลยนะครับผม

เช่น (รายได้จากดอกเบี้ย+เงินปันผล) ฯลฯ

ซึ่งลู่ทางและวิธีในการสร้างอิสรภาพทางการเงินของผมนะครับมี ดังนี้

ผมขอแบ่งรายรับ-รายจ่าย ออกเป็น 3 ส่วนนะครับผม คือ

รายรับ 2 ส่วน

รายรับจากสินทรัพย์ กับ รายรับจากเงินเดือน

รายจ่าย 1 ส่วน

ก็คือรายจ่ายที่เราต้องจ่ายทุกๆเดือนแหละครับผม ไม่ว่าจะเป็น ค่าน้ำ ค่าไฟ เป็นต้น

สมมุติ ให้รายรับจากสินทรัพย์เป็น 0 นะครับ

รายรับจากเงินเดือน เป็น 1หมื่น บาท

รายจ่าย 8000บาท ต่อเดือน

เป้าหมายของเราก็คือ ต้องทำให้รายรับจากสินทรัพย์ มากกว่ารายจ่ายของเรานะครับผม

หลายท่านแปลกใจว่า ในเมื่อเงินเดือนของเรา ก็มากกว่ารายจ่าย ตั้ง 2000 ทำไมเราถึงไม่มีอิสรภาพสักทีหละ

ก็เพราะว่า รายรับจากเงินเดือนเป็นรายรับที่ไม่มั่นคงไงหละครับ ถ้าอยู่ๆวันนึง เราโดนยื่นซองขาวให้ลาออกขึ้นมา

จะทำอย่างไรหละครับ

เราจึงต้องสร้างรายรับจากสินทรัพย์ให้มากกว่ารายจ่าย เพราะเป็นรายรับที่มั่นคง และทุกๆเดือน เมื่อเราโดนยื่นซองขาว

เราก็ไม่ต้องกังวลว่าเราจะไม่มีเงินใช้กัน

ต่อจากนี้ไปเราก็มาพบกับ Idol ของผมบ้างนะครับผม บางท่านก็อาจจะมี Idol เป็นคนตนเองกันแล้ว

ซึ่ง Idol ที่ผมจะนำเสนอ เป็นบุคคลที่สร้าง รายได้จากสินทรัพย์ครับ

………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………

รายได้เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3หมื่น ผู้ที่จบปริญญาตรีใหม่ๆ ยังสู้ไม่ไ้ด้เลยนะครับเนี่ย

รายได้เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3หมื่น ผู้ที่จบปริญญาตรีใหม่ๆ ยังสู้ไม่ไ้ด้เลยนะครับเนี่ย

Idol

Idol

Idol ท่านแรก

Idol คนนี้นะครับ สร้างรายได้จากสินทรัพย์

เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 30,000บาท เป็นรายได้ที่ Idol ของผมจะได้ทุกๆเดือนนะครับผม

ซึ่งเป็นรายได้ที่ มากกว่าผู้ที่จบปริญญาตรีใหม่ๆ อีก น่าอิจฉาสุดๆ

Idol ผมจบ แพทย์ศาสตร์ มหิดล (โรงพยาบาลศิริราช) เกียรตินิยม อันดับ 1

หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (กายอุปกรณ์)

แต่ Idol ของผม ตัดสินใจที่จะสร้างอิสรภาพทางการเงิน

ซึ่งเป็นที่น่าประทับใจให้กับผมสุดๆ ^ ^

………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………

Idol คนที่2

Idol คนที่2

Idol คนที่2

Idol คนที่2

Idol ท่านที่2

Idol ของผมคนนี้นะครับ ทำธุรกิจประมาณ 18 เดือน

สามารถมีรายได้ ไม่ต่ำกว่า 1,000,000บาท ต่อเดือน โอ้ว!! ฟังไม่ผิดหรอกครับ

เดือนละไม่ต่ำกว่า 1,000,000บาทต่อเดือนจริงๆ ด้วยรายรับจากสินทรัพย์ของเค้า

ด้วยคติที่ว่า “ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ถูกออกแบบมาไว้กับคนที่กล้าคิด กล้าทำ”

มีอยู่ช่วงนึงนะครับผม ที่ Idol ท่านนี้ เหลือเวลาอีก 1 ปี ก็จะจบแพทย์

แต่มีสิ่งที่เค้าต้องตัดสินใจว่า ถ้าเค้าออกมาทำธุรกิจ ตอนนี้ เค้าจะได้รับรายได้ เดือนละ 1ล้าน

หรือจะเรียนต่อไป แต่โอกาสแบบนี้จะหมดไป(จะทำธุรกิจ มันต้องต่อเนื่องนะครับ)

แต่ Idol ผม ตัดสินใจที่จะเลือก การรับรายได้ เดือนละ 1ล้าน ซึ่งปัจจุบัน

เค้าได้กลับมาเรียนจนจบแพทย์ แนวคิดของ Idol ท่านนี้ เหนือกว่าคนทั่วๆไปจริงๆ

………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………

Worapong Premrit

Worapong Premrit

เรื่องราวเกี่ยวกับ Idol ของผม ก็หมดลงแล้วนะครับ

ผมก็เป็นอีกคนนึงที่สร้างรายได้จากสินทรัพย์เหมือนกัน

ทุกๆท่าน สามารถไปพบกับการสร้างรายได้ของผมได้เลยนะครับ

โหลดไฟล์หลักฐานการรับเงินได้ที่นี่ครับ www.saves.ws/income.rar

ซึ่ง ณ.ตอนนี้ ผมได้ทำงานอยู่ในรูปแบบ B (Business Owner)

อยู่ในตำแหน่งที่มีรายได้ทุกๆเดือน และเป็นรายได้ที่ไม่จำกัด

และพิเศษสุดๆ ที่ทุกๆท่าน จะสามารถศึกษาธุรกิจดังที่ผมได้กล่าวไว้

www.saves.ws เป็นธุรกิจในรูปแบบ การสร้างธุรกิจทางNet

เน้น!นะครับ ธุรกิจทางNet นะครับ ผมถึงบอกไงครับ ว่าน่าประหลาดใจ

น่าประหลาดใจยังไง ทุกๆท่านเข้าไปศึกษาเองได้เลยครับ

เป็นธุรกิจ รูปแบบใหม่จริงๆ www.saves.ws

สุดท้ายนี้เมื่อทุกๆท่านเข้าไปชมหลักฐานการรับเงินของผม จะสังเกตได้เลยนะครับ ว่ารายได้ที่ผมได้รับนั้น พอๆกับเงินเดือนของผู้ที่จบปริญญาตรีใหม่ๆเลย ผมอายุ 18 เท่านั้นนะครับ ผมเด็กไปหรือเปล่าครับ ที่จะสร้างรายได้แบบนี้ ทุกๆท่านคิดว่า อะไรคือสิ่งที่จะวัดความเป็นเด็ก หรือผู้ใหญ่ได้ อายุหรอครับ เปล่าเลย ส่วนตัวของผม สิ่งที่จะวัดความเป็นเด็ก หรือ ผู้ใหญ่ได้ คือ “แนวคิด” ครับ เพราะฉะนั้น อายุไม่ใช่ตัวบ่งบอกความสำเร็จครับ การที่จะประสบณ์ความสำเร็จได้ ขึ้นอยู่กับ “แนวคิด” +วิธีการ และการลงมือทำครับ ทั้งนี้ผมต้องขอขอบคุณทุกๆท่าน ที่ไม่ให้ข้อมูลที่ผม อุตสาห์รวบรวมมา สูญเปล่านะครับ

ขอบคุณจริงๆครับ

ทุกๆท่านสามารถที่จะนำข้อมูลนี้เผยแพร่แก่ คนอื่นๆ หรือคนที่รู้จักได้ นะครับ

เพื่อเป็นการบอกต่อ ให้หลายต่อหลายคนได้รู้จักเว็บนี้ครับ มันจะเป็นประโยชน์แก่คนที่ได้ศึกษานะครับผม

ถ้ามีอะไรอยากจะมาพูดคุย มาพบกันได้นะครับที่ (MSN) saves.ws@hotmail.com โทรฯ0874974446 (กร้อ)